โฆษณาแนวนอน728*90

บทความใหม่

ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม

ภาพถ่ายหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม

         หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ หรือ พระปฐมเจติยาทร (บุญธรรม จันทน์หอม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม และเป็นหัวหน้าคณะตึกธรรมศรัทธาสหชน ลำดับที่ ๑

         พระเดชพระคุณฯ ท่านเจ้าคุณพระปฐมเจติยาทร ท่านมีนามเดิม บุญธรรม  จันทน์หอม พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านตำบลบางชื่อ อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร เกิดเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๕ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง 

         โยมบิดาชื่อนายจันทร์ จันทน์หอม โยมมารดาชื่อนางลำภู จันทน์หอม มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียว ๓ คน โดยท่านเป็นคนสุดท้อง ในปฐมวัยไม่ปรากฏว่าได้เข้าศึกษาในโรงเรียนใด แต่ท่านเป็นผู้ฝักใฝ่ในทางพระพุทธศาสนามาแต่เยาว์ 

         ปี พ.ศ. ๒๔๕๒ หลวงพ่อบุญธรรม มีอายุได้ ๑๗ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ พัทธสีมาวัดแคสามเสน พระนคร ปัจจุบันคือ วัดสวัสดิ์วารีสีมาราม แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

         เพื่อศึกษาภาษาไทยและภาษาขอม ซึ่งนิยมศึกษากันในสมัยนั้น จนกระทั่งมีความรู้อ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาขอมเป็นอย่างดี

         ปี พ.ศ. ๒๔๕๕ หลวงพ่อบุญธรรม ท่านมีอายุครบ ๒๐ ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ครั้งแรก ณ พัทธสีมาวัดแคสามเสน (วัดสวัสดิ์วารีสีมาราม) แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานครนั้นเอง โดยไม่ปรากฏชื่อพระอุปัชฌาย์

         หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดแคสามเสน เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และบทสวดมนต์ต่างๆ และเมื่ออยู่จำพรรษาได้หนึ่งพรรษา ก็ลาอุปสมบทเข้ารับราชการ ประจำกรมมหาดเล็ก 

         ได้อาสาไปร่วงสงครามยุโรป ในสงครามโลกครั้งที่ ๑ แต่ไปไม่ทันถึง ก็พอดีสงครามสงบลง จึงเดินทางกลับ และได้ปลดเป็นทหารกองหนุนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐

         ปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้แต่งงานกับหญิงคนแรก ชื่อทิพย์ ที่ตำบลคลองบำหรุ อำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี แต่อยู่กินด้วยกันเพียง ๖ เดือนก็แยกทางกัน

         จากนั้นมาก็ได้ภรรยาใหม่อีกหลายคน แต่ไม่เคยอยู่กับใครนาน เนื่องจากนิสัยชอบการตระเวนท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ 

         จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๖ จึงได้แต่งงานกับคุณแม่จู ที่บ้านบางภาษี ตำบลลำพยา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นคนสุดท้าย แล้วร่วมกันซื้อเรือนแพขึ้นล่องไปตามลำน้ำ เที่ยวทำการรักษาคนเจ็บไข้ตามตำบลต่าง ๆ ตลอดจังหวัดนครปฐม อยุธยา สุพรรณบุรี

         ในระหว่างนี้ เมื่อได้พบอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ณ ตำบลใด ก็สมัครเป็นศิษย์ เรียนวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอ ทั้งทางโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ อาจารย์ที่ได้ประสิทธิประสาทวิชาให้เป็นเวลานานก็คือ 

         หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จังหวัดอยุธยา และท่านอาจารย์แดง วัดโพธิ์ท่าเตียน จังหวัดพระนคร ต่อมาเบื่อการเร่ร่อนเช่นนั้น จึงได้ยกเรือนแพให้พี่น้องเสีย 

         แล้วพากันมาปลูกกระท่อมอาศัย ปฏิบัติตนเป็นมรรคทายกอยู่ที่วัดไผ่ล้อม ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

         ต่อมาได้ย้ายไปตั้งร้านขายยาแผนโบราณอยู่ที่เชิงสะพานอ่อน (สะพานซอย ๓) อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม รับรักษาคนเจ็บป่วย จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในสมัยนั้น

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ หลวงพ่อบุญธรรม ท่านมีอายุได้ ๔๐ ปี เกิดความเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ (ครั้งที่สอง) ณ พัทธสีมาวัดพระปฐมเจดีย์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับฉายาว่า "ธมฺมาราโม" โดยมี

         พระเทพวโรดม (โชติ ธัมมัปปโชติกเถระ) เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์

         หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดพระปฐมเจดีย์เรื่อยมา เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม พระธรรมวินัย และบทสวดมนต์ต่างๆ

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรมของท่านเจ้าคุณพระเทพสุธีวัดพระปฐมเจดีย์ในตำแหน่ง "พระครูใบฎีกา"

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจานุสาวนาจารย์ 

         ปี พ.ศ. ๒๔๗๙ สอบได้นักธรรมชั้นตรี (สนามวัด)

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรมของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎกวัดพระปฐมเจดีย์ในตำแหน่ง "พระครูสังฆวิชัย" ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎกวัด 

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรมพระปฐมเจดีย์ในตำแหน่ง "พระครูสังฆรักษ์"

ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร จ.ป.ร. ชั้นโท ในนาม "พระครูธรรมาภิราม" เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ เล่ม ๗๐ ตอนที่ ๗๘

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร จ.ป.ร. ชั้นเอก (ในนามเดิม) ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ 

ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในนาม "พระปฐมเจติยาทร"  เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๑๒๒

         พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระปฐมเจติยาทร เป็นพระเถระที่ เพรียบพร้อมด้วยกตเวทิตาคุณเป็นอย่างยิ่ง ท่านระลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแก่ท่านอยู่เสมอ 

         จะสังเกตได้ว่า เมื่อถึงวันเสาร์แรกของเดือนห้า ทุกปี ท่านได้จัดให้มีพิธีบูชาคุณครูอาจารย์ เป็นประจำ ซึ่งเรียกกันว่า "งานไหว้ครู" ของท่าน ในงานนี้มีลูกศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือท่านมาร่วมบำเพ็ญกุศลกับท่านอย่างหนาแน่นเสมอ

         ส่วนอาจารย์ใดยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็มักจัดเครื่องสักการะไปเคารพบูชาถึงที่อยู่ ท่านมักจะชมวุฒิคุณความดีของครูบาอาจารย์ของท่านให้ลูกศิษย์ และผู้ที่เคารพนับถือท่านนั่งอยู่เป็นนิตย์

         ท่านเป็นพระเถระผู้โอบอ้อมอารีแก่ชนทั่ว ๆ ไป คอยช่วยเหลือ อุปการะผู้น้อยอยู่เสมอมิได้ขาด เป็นผู้ใคร่ในการกุศลทุกชนิด ทุกๆ ปี และรับเป็นเจ้าภาพ

         ท่านจะต้องแสวงหากุลบุตรที่มีศรัทธาใคร่จะอุปสมบท ทำการอุปสมบทให้ปีละหลายๆ คน เมื่อให้การอุปสมบทแล้ว ท่านก็อุปการะเรื่องที่พักจำพรรษา อาหาร ตลอดจนอุปกรณ์การศึกษาพระธรรมวินัย

         ครั้นถึงวันออกพรรษารับกฐินแล้ว พระภิกษุสามเณรรูปใด ประสงค์จะลาสิกขาบท ท่านก็ไม่ขัดข้อง แต่เมื่อรูปใดยังมีศรัทธาจะครองเพศสมณะต่อไปอีก ท่านก็ช่วยอุปการะตลอดไป แม้จนกระทั่งส่งไปศึกษา ทางพระบาลีในสำนักเรียนใหญ่ ๆ ในจังหวัดพระนคร

         ท่านก็ได้ตั้งนิตยภัตรให้เป็นเงินเดือนทุกรูป ได้สําเร็จเป็นมหาเปรียญไปก็หลายรูป ในส่วนพระภิกษุสามเณร ที่ท่านได้เป็นกรรมวาจานุสาวนาจารย์ให้ 

         เมื่อถึงวันเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรม ท่านก็เรียกมาประชุมแจกสมุด หนังสือเรียนโดยทั่วถึงกัน ทั้งเก่าและใหม่เป็นประจำทุกปี

         ท่านเคยปรารภ อยู่เสมอว่า ท่านเองเกิดมาชาตินี้มีปัญญาน้อยไม่ได้เล่าเรียนอะไรไว้ ก็อยากจะสนับสนุนลูกศิษย์ลูกหาทุกคน ให้ได้ดิบได้ดีในการเรียนให้ได้มากที่สุด

         เพื่อจะได้เป็นอานิสงส์ต่อไปในภายหน้า ให้ท่านได้เกิดมามีสติปัญญา ดีเหมือนผู้อื่นเขาบ้าง ดังนั้นท่านจึงได้พยายามส่งเสริมในด้านการศึกษานี้อยู่เสมอ

         สำหรับศิษย์วัดที่มีผู้นำมาฝากไว้ให้อยู่ปรนนิบัติท่าน ท่านก็ได้เลี้ยงดูอุปการะเป็นอย่างดี ให้การศึกษาและอบรมให้อยู่ภายในระเบียบวินัยอันดีงาม จนได้รับคําชมเชยจากท่านผู้ใหญ่และบิดามารดาของเด็กๆ เหล่านั้นว่า

         ท่านอบรมเด็กได้ดี มีกิริยามรรยาทเรียบร้อยทุกคน ท่านได้เป็นกรรมการช่วยเหลือในเรื่องอาหารเครื่องดื่มแก่ พระภิกษุ สามเณร ในคราวสอบและตรวจข้อสอบนักธรรมทุกปี 

         เมื่อโรงเรียนสหศึกษาบาลีตั้งขึ้นบนบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ ท่านก็ได้ช่วยเหลือในเรื่องอุปกรณ์การสอบ เดือนละหนึ่งรูป และอุปการะการเงินเป็นนิตย์ภัตรเงินเดือนครูผู้สอน เท่าจำนวนที่ทางโรงเรียนได้กำหนดให้

         ท่านมีวิธีชักจูงจิตใจพระภิกษุและสามเณรที่เป็นศิษย์ของท่าน ให้สนใจในการศึกษา คือการให้รางวัลแก่ผู้ที่สอบนักธรรมหรือเปรียญชั้นใดชั้นหนึ่งได้ทุก ๆ ปี 

         ปีหนึ่งๆ ต้องสิ้นเงินค่าของรางวัลเหล่านี้ปีละไม่ใช่น้อย เป็นที่ซาบซึ้งใจแก่ศิษย์ของท่านทั่วหน้ากันตลอดมา

         บางปีเมื่อว่างจากการก่อสร้าง ท่านก็ได้จัดรวบรวมปัจจัยธรรมนำ ไปทอดกฐินทอดผ้าป่า ณ วัดที่กันดารต่างๆ ท่านไม่มีนิสัยเห็นแก่ตัว หรือโลภจริต คือสระสมข้าวของเงินทอง ไว้เป็นประโยชน์ตนเองเลยแม้แต่น้อย

         ได้มาเท่าไรก็เก็บฝังไว้โดยวิธีก่อสร้างเพื่อสาธารณะประโยชน์ และบริจาคต่อไป เพื่อผู้อื่นแทบทั้งสิ้น ใช้จ่ายส่วนตัวของท่านพอสมควร แก่อัตภาพเท่านั้น 

         ด้านการก่อสร้าง ท่านในฐานะที่ท่านเคยเป็นแพทย์แผนโบราณ มาก่อนอุปสมบทเป็นเวลานาน ฉะนั้น เมื่ออุปสมบทแล้ว จึงยังมีคนเจ็บป่วยที่ศรัทธาความสามารถของท่าน มาขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

         ท่านก็ได้อนุเคราะห์ให้ด้วยดี เป็นเหตุให้ท่านต้องแยกออกมาจากกุฏิหลังเล็กของทางวัด มาปลูกกุฏิหลังคาจากแบบเรือนเตี้ยๆ อยู่ริมวัดพระปฐมเจดีย์ ด้านทิศตะวันตก (หน้าตึกธรรมศรัทธาสหชน ในปัจจุบัน) 

         เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๖ สร้างเรือนพักคนไข้ขึ้นข้าง ๆ ทำการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยทั้งไข้สามัญและวิกลจริต มีชื่อเสียงทั่วทั้งตลาดและตำบลใกล้เคียงตลาด และตําบลใกล้เคียง จนกระทั่งเรียกกันติดปากสมัยนั้นว่า "พระหมอบุญธรรม" หรือ "หลวงพ่อ" และเรียกกันเช่นนั้นตลอดมา

         แม้จนกระทั่งทุกวันนี้ ต่อมาเมื่อมีลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาท่านมากขึ้น เห็นว่ากุฏิชั่วคราวที่สร้างขึ้น เป็นที่พักอาศัยและอุปการะคนเจ็บป่วยนั้นไม่เหมาะสม 

ภาพถ่ายหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม

         ท่านจึงขยับขยายไปสร้างกุฏิถาวร ๒ ชั้น ฝาไม้กระดาน ขึ้นด้านหลังกุฏิชั่วคราวนั้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ให้ชื่อว่า "กุฏิมิตตสามัคคี" มีพระภิกษุ สามเณรและลูกศิษย์มาสมัครปรนนิบัติท่านเป็นจํานวนมาก

         เมื่อลูกศิษย์ และผู้เคารพนับถือท่านเพิ่มมากขึ้นทุกที จนเกือบจะพูดได้ว่ามีเกือบทุกจังหวัด ถึงงานประจำปีของท่าน ต่างก็พร้อมใจกันมาร่วมกุศลกับท่านอย่างหนาแน่น เป็นเหตุให้กุฏิมิตตสามัคคีหลังแรกไม่พอจะต้อนรับ

         ท่านจึงต้องขยายกุฏิทางด้านหลังและด้านข้างขวามือออกไปอีก จนมีสถานที่ใหญ่โตพอเพียงที่จะต้อนรับลูกศิษย์ในคราวมีงานประจําปีได้อย่างสบาย 

         แต่ดังได้กล่าวมาแล้วว่า ท่านมีนิสัยฝักใฝ่ในการกุศลสาธารณะประโยชน์ ฉะนั้นการก่อสร้างสถานที่ของท่านจึงหาได้หยุดอยู่แต่เพียงที่อยู่อาศัยเท่านั้นไม่

         ปรากฏว่าท่านสนใจในการเดินทางไปจัดการหาทุนทรัพย์ ก่อสร้างพระอุโบสถ โรงเรียน กุฏิพระ ถนนหนทาง ให้แก่วัดต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา เท่าที่พอจะประมวลมากล่าวไว้ในที่นี้ได้ ก็คือ

         ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นประธานในการหาทุนทรัพย์ก่อสร้างพระอุโบสถ วัดสุวรรณาราม ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ เป็นประธานก่อสร้างกุฏิไม้จริงหนึ่งหลัง กว้าง ๒ วาเศษ ยาว ๔ วาเศษ จัดการเทปูนลานหน้าพระอุโบสถจนตลอด

         สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ สาย ยาวประมาณ ๔๐ วา ณ วัดสุคตวราราม ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ร่วมการก่อสร้างพระอุโบสถวัดบ้านนา ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย 

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ไปช่วยจัดหาทุนทรัพย์สร้างที่ว่าการอำเภอศรีสําโรง จังหวัดสุโขทัย

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ จัดหาทุนทรัพย์ร่วมในการก่อสร้างโรงเรียนประชาบาลวัดไชโย ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ จัดหาทุนทรัพย์ร่วมช่วยเหลือในการผูกพัทธสีมาวัดบ้านฆ้อง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๔ จัดการสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๔ เมตร ยาวประมาณ ๓๒ วา ณ วัดพระปฐมเจดีย์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ จัดหาทุนทรัพย์สมทบสร้างพระอุโบสถวัดลำพยา ตำบลลำพยา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ จัดการสร้างหอระฆังและหอกลองทรงปั้นหยา สูง ๓ วาเศษ ณ วัดพระปฐมเจดีย์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ สร้างถนนคอนกรีต ต่อจากถนนที่สร้างไว้เดิม ณ วัดพระปฐมเจดีย์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม (จากด้านหน้าศาลาการ เปรียญ ไปเชื่อมถนนด้านทิศตะวันออก)

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ จัดหาทุนทรัพย์ร่วมช่วยเหลือในการผูกพัทธสีมาพระอุโบสถวัดโมกข์ ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ร่วมจัดการหล่อพระประธาน ณ วัดศาลวัน ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ จัดสร้างซุ้มประตูป้ายวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ทั้ง ๒ ซุ้ม

         ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ จัดสร้างหอสมุดของโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นในวัดพระปฐมเจดีย์ พร้อมทั้งอุปกรณ์ ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ แล้วอุทิศหนังสือ ทั้งเก่าและใหม่ที่มีอยู่ให้เป็นของห้องสมุดนี้ทั้งหมด

         ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สร้างกุฏิไม้จริง ๒ หลัง ทางด้านซ้ายมือของคณะ ๔ วัดพระปฐมเจดีย์ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

ภาพถ่ายหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม
หลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม

         เท่าที่กล่าวมานี้เป็นเพียงสถานที่สำคัญๆ และพอจะค้นคว้าหลักฐานได้เท่านั้น ความจริงยังมีสถานที่และวัตถุอีกเป็นจํานวนมาก ที่ท่านได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ ตลอดชีวิตของท่านผูกพันอยู่ กับการก่อสร้างเพื่อสาธารณะทั้งนั้น

         แม้กระทั่งวัจจกุฎี ท่านก็ได้สร้างไว้หลายแห่ง ควรจะกล่าวได้ว่า สิ่งสุดท้ายที่ท่านได้สร้างไว้ในขณะที่ท่าน อาพาธหนัก ใกล้จะมรณภาพ ก็คือวัจจกุฎี ๒ ห้องคู่ ด้านหลังศาลาการเปรียญ วัดพระปฐมเจดีย์ เพื่อให้ผู้ที่มาทำบุญที่วัดได้ใช้ประโยชน์นั่นเอง

         ช่วงปัจฉิมกาล ในตอนปลายปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ท่านได้พิจารณาเห็นว่ากุฏิมิตตสามัคคี ซึ่งได้สร้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นเวลา ๒๐ กว่าปีมาแล้ว เก่าคร่ำคร่าและบางส่วนชำรุดทรุดโทรมไปตามสภาพ 

         ท่านจึงได้ริเริ่มรื้อกุฏิเก่าออกแล้วสร้างตึกขึ้นแทนที่ โดยใช้อาณาเขตเท่าเดิม การก่อสร้างจำเป็น ต้องค่อยทำค่อยไปทีละน้อย ตามกําลังทุนทรัพย์ที่รวบรวมได้ 

         แต่พยายามต่อเติมไปตามรูปแปลน ซึ่งบางท่านก็อาจจะได้เห็นในระหว่างงานประจำปี ของท่านแต่ละปีแล้วว่า มีตึกใหม่กับกุฏิหลังเดิมเชื่อมประสานกันอยู่ทุกปี 

         เมื่อถึงงานปีคราวต่อมา ตึกใหม่ก็ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง เป็นอยู่เช่นนี้ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๖ กุฏิเก่าจึงหมดไป มีตึกหลังใหม่ขึ้นมาแทนที่อย่างเต็มภาคภูมิ ตัวตึกกว้างใหญ่ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง มีห้องพักสำหรับพระ ภิกษุสามเณรอยู่ทางด้านข้างทั้งสองชั้น 

         ตรงกลางชั้นบนด้านหลังเป็นห้องกระจก สำหรับตั้งพระบูชาเป็นสง่า ด้านหน้าเป็นห้องโถง ทาสีและขัดพื้นอย่างสวยงาม เหมาะสําหรับจะใช้เป็นสถานที่อยู่และเป็นตึกสำหรับรับรองพระเถระ ซึ่งมาประกอบศาสนกิจ ณ วัดพระปฐมเจดีย์เป็นอย่างยิ่ง

         ท่านได้ตั้งชื่อตึกนี้ไว้ว่า "ตึกธรรมศรัทธาสหชน" เพราะว่าตึกหลังนี้สำเร็จ ขึ้นได้ด้วยกำลังศรัทธาของของชนส่วนรวม ต่างสละทุนทรัพย์ของตนเข้าร่วมกุศลกับท่าน มากบ้างน้อยบ้างตามกําลังศรัทธาและฐานะของแต่ละบุคคลนั่นเอง

         การก่อสร้างตึกหลังนี้ ท่านต้องใช้ความเพียรพยายามเป็นอย่างยิ่ง ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยหรือคิดจะพักผ่อนเลย ๆ ท่านต้องใช้เวลาวันละหลาย ๆ ชั่วโมง ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียนท่านบ้าง มาขอให้ท่านตรวจโชคชตาราศรีบ้าง

         เพราะนอกจากท่านจะเก่งในทางรักษาโรคแล้ว ท่านยังตรวจโชคชตาได้แม่นยำอีกด้วย เมื่อว่างจากการต้อนรับแขก ท่านก็ควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยตนเอง 

         จากการที่ต้องพูดเสียงดังอยู่ตลอดเวลาทั้งวัน และเกือบทุกวันนี่เอง เป็นเหตุให้สุขภาพของท่านทรุดโทรมลง และมีการอักเสบในหลอดลม 

         แม้กระนั้นท่านก็ไม่สนใจที่จะพักผ่อน ท่านได้ตั้งปณิธานไว้แน่วแน่แล้วว่า จะต้องสร้างตึกหลังใหม่นี้ให้เสร็จจนได้ และหนทางที่จะได้ทุนทรัพย์มาก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น คือจากศรัทธาของศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือท่าน 

         ถ้าหากท่านคิดพักผ่อนหาความสุขสบายเสียแล้ว ท่านจะได้ทุนทรัพย์มาแต่ไหน ท่านไม่เคยคิดที่จะใช้วิธีเรี่ยรายทั่ว ๆ ไป เพียงแต่บอกบุญกับผู้ที่เคารพนับถือท่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อตึกธรรมศรัทธาสหชนสร้างเสร็จเรียบร้อย

         ท่านก็ล้มเจ็บลง การอาพาธของท่านนั้น เมื่อแรกๆ ก็เพียงเป็นอย่างที่เรียกว่า สามวันดีสี่วันไข้ แต่ต่อมาอาการของท่านทรุดหนักลง มีการไอและเจ็บ ในลำคอมากขึ้น ท่านจึงได้ตัดสินใจไปให้แพทย์ตรวจและเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ 

         แพทย์ลงความเห็นว่าท่านเป็นโรคมะเร็งในลำคอ แต่เนื่องจากอยู่ในระหว่างเข้าพรรษา ท่านไม่อาจจะอยู่รับการรักษาได้เป็นเวลานานวัน ประกอบกับเข้าใจว่าถึงจะรักษาอยู่ต่อไป โรคนี้ก็คงจะไม่หายขาด

         ท่านจึงขอร้องให้ศิษย์นำกลับมาวัดพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๖ ตอนนี้ท่านยังพอฉันอาหารได้ แต่เสียงไม่มีและแพทย์สั่งห้ามใช้เสียง ท่านได้อาศัยยากลางบ้าน คือต้นทองพันชั่งต้มดื่มแทนน้ําชา รู้สึกว่าพอจะได้ผลบ้าง แต่ไม่ดีนัก

         และในระหว่างที่ท่านอาพาธอยู่นี่เอง ท่านก็ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นท่านเจ้าคุณในนาม "พระปฐมเจติยาทร"

         ท่านได้ไปในพิธีรับพระราชทานพัดยศ ทั้งๆ ที่กำลังป่วยอยู่ บรรดาศิษย์ของท่านได้กําหนดงานฉลองพัดยศ ฉลองกุฏิตึกธรรมศรัทธาสหชน พร้อมกันกับงานไหว้ครูประจำปี ซึ่งจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์แรก เดือน ๕ ตรงกับวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗

         ครั้นถึงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗ อาการอาพาธของท่าน กลับเพิ่มมากขึ้น คณะศิษย์จึงได้นำท่านไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง

         แต่เคราะห์ร้ายทางโรงพยาบาลไม่มีห้องพิเศษว่างอยู่เลย จึงต้องนำท่านไปพักอยู่ ณ วัดมหาธาตุ คณะ ๗ ท่าพระจันทร์ ไปพลางก่อน ได้อาศัยยาและอาหารที่ลูกศิษย์ และผู้ที่เคารพนับถือท่านนำไปถวาย พยาบาลท่านไป

         พอถึงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗ ท่านก็ฉันอาหารไม่ได้เสียแล้ว ต้องถวายนมสดและน้ำข้าวต้มหยอดแทนอาหาร พอช่วยพยุงชีวิตท่านไว้เท่านั้น

         วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้นำท่านกลับวัดพระปฐมเจดีย์ เพื่อให้เป็นประธานในงานไหว้ครู ฉลองพัดยศ และฉลองกุฏิ ซึ่งครั้งแรกได้กำหนดจะจัดให้เป็นงานที่ใหญ่โตที่สุดงานหนึ่ง แต่ก็ต้องเปลี่ยน แปลงไป คงไว้แต่พิธีทางศาสนาเท่านั้น

         กำลังใจของท่านยังดีอยู่มาก แม้ว่าท่านจะขยับกายเองไม่ได้แล้วก็ตาม แต่ในวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันงานนั่นเอง อาการอาพาธของท่านกลับกําเริบขึ้นสูงสุด เกือบจะเหลือวิสัยที่แพทย์จะเยียวยาไว้ได้ 

         แต่ท่านก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง จนงานไหว้ครูผ่านไปด้วยดี หลังจากนั้นมา อาการของท่านไม่ กระเตื้องขึ้นเลย คงทรงอยู่อย่างนั้น เพียงแต่สติของท่านยังดีเป็นปรกติ และยังจำแม่น 

         หลวงพ่อบุญธรรม จึงได้ถึงมรณภาพด้วยอาการสงบ ท่ามกลางลูกศิษย์ใกล้ชิด และนายแพทย์ที่อยู่พยาบาลท่านจนถึงวินาทีสุดท้ายเพียงไม่กี่คน วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗ เวลา ๑๕.๒๐ น. นับรวมสิริอายุได้ ๖๘ ปี ๒๘ พรรษา.

วัตถุมงคลของหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์

         เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปเสมาแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก 2496 ทองแดงกระไหล่ทอง
เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เนื้อทองแดงกระไหล่ทอง

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อบุญธรรมครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ ใต้รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูธรรมมาภิราม" 

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์

         เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ รุ่นสอง

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองแดงเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้


เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่น 2 2499 ทองแดงกระไหล่ทอง
เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่น ๒ ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ เนื้อทองแดงกระไหล่ทอง

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อบุญธรรมนั่งเต็มองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิมีรัดประคต ใต้รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระครูธรรมมาภิราม หลวงพ่อบุญธรรม" 

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์

         เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ รุ่นสาม

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ เพื่อแจกเนื่องในงานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ (เจ้าคุณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ รูปแรก) ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองเหลืองเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่น 3 2506 ทองเหลือง
เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่น ๓ ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ เนื้อทองเหลือง

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อบุญธรรมนั่งเต็มองค์ องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิมีรัดประคต ใต้รูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระปฐมเจติยาทร ๕ ธ.ค. ๐๖" 

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์ ใต้อักขระยันต์มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ที่ระลึกเนื่องในงานเลื่อนสมณศักดิ์" 

         เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ รุ่น ๔ (พัดยศ)

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัดและบางส่วนนำมาแจกในงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อ ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปพัดยศแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้าเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่น 4 2508 ทองแดงกระไหล่ทอง
เหรียญหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่น ๔ (พัดยศ) ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เนื้อทองแดงกระไหล่ทอง

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อบุญธรรมครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ

         ด้านหลัง มีอักขระยันต์เกราะเพชร มีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "พระปฐมเจติยากร (บุญธรรม) ๒๕๐๘" 

         รูปหล่อหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ รุ่นแรก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นรูปหล่อโบราณ มีการสร้างด้วยเนื้อทองเหลืองรมดำเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

รูปหล่อหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก 2503 ทองเหลืองรมดำ
รูปหล่อหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เนื้อทองเหลืองรมดำ

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปหลวงพ่อบุญธรรมนั่งบนฐานเขียงทำมือแบบสมเด็จโต องค์หลวงพ่อห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิมีรัดประคต 

         ด้านหลัง เรียบไม่ปรากฏอักขระใดๆ ใต้ฐานตอกเลขอารบิกว่า "2503" 

         สมเด็จหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ พิมพ์พุทธกวัก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นพระผงพิมพ์สี่เหลี่ยมเนื้อผง โดยผงที่ใช้ประกอบไปด้วยผงวิเศษต่างๆที่หลวงพ่อได้รวบรวมไว้ และผงวิเศษที่หลวงพ่อได้ลบผงเอง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

สมเด็จพุทธกวักหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก 2496 ผงพุทธคุณ
สมเด็จพุทธกวักหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เนื้อผงพุทธคุณ

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระสมเด็จพุทธกวักบนฐาน ๓ ชั้น

         ด้านหลัง เรียบ มีอักขระภาษาไทยตัว "ธ" ซึ่งย่อมาจากชื่อของหลวงพ่อ

         สมเด็จหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ พิมพ์ยืนพุทธกวัก

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นพระผงพิมพ์สี่เหลี่ยมเนื้อผง โดยผงที่ใช้ประกอบไปด้วยผงวิเศษต่างๆที่หลวงพ่อได้รวบรวมไว้ และผงวิเศษที่หลวงพ่อได้ลบผงเอง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

พระผงหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก ยืนพุทธกวัก 2496 ผงพุทธคุณ
สมเด็จยืนพุทธกวักหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เนื้อผงพุทธคุณ

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระพุทธรูปยืนพุทธกวัก

         ด้านหลัง เรียบ มีอักขระภาษาไทยตัว "ธ" ซึ่งย่อมาจากชื่อของหลวงพ่อ

         พระนางพญาหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์

         สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นพระผงพิมพ์สามเหลี่ยมเนื้อผง โดยผงที่ใช้ประกอบไปด้วยผงวิเศษต่างๆที่หลวงพ่อได้รวบรวมไว้ และผงวิเศษที่หลวงพ่อได้ลบผงเอง จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้

พระนางพญาหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก 2496 ผงพุทธคุณ
พระนางพญาหลวงพ่อบุญธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เนื้อผงพุทธคุณ

         ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระนางพญาบนฐาน ๓ ชั้น มีผ้าทิพย์

         ด้านหลัง เรียบ มีอักขระภาษาไทยตัว "ธ" ซึ่งย่อมาจากชื่อของหลวงพ่อ



โดย : สารานุกรมพระเกจิแห่งแดนสยาม

บทความที่เกี่ยวข้อง

    ***-[เป็นกำลังใจและสนับสนุน​ให้เราเขียนบทความดีๆ ด้วยการกดดูโฆษณาด้านล่างนะคะ]-***

    ไม่มีความคิดเห็น