ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อพูน (พระครูอินทรสิริชัย อินฺทโชโต) วัดสำโรง นครปฐม
![]() |
| หลวงพ่อพูน วัดสำโรง นครปฐม |
หลวงพ่อพูน วัดสำโรง หรือ พระครูอินทรสิริชัย (พูน อินฺทโชโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดสำโรง ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
พระครูอินทรสิริชัย ท่านมีนามเดิมว่า พูน ปู่ศรีญาติ พื้นเพท่านเป็นชาวบ้านจังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๖ โยมบิดาชื่อนายทิม ปู่ศรีญาติ โยมมารดาชื่อนางทองใบ ปู่ศรีญาติ มีพี่น้องบิดามารดาเดียวกัน ๓ คน คือ
๑. พี่ชายคนโต (ไม่ทราบนาม ได้เสียชีวิตไปนานแล้ว)
๒. พระครูอินทรสิริชัย (พูน ปู่ศรีญาติ)
๓. นางทองเพิ่ม (ไม่ทราบนามสกุล)
ต่อมาโยมมารดาได้เสียชีวิตลง โยมบิดาจึงได้ย้ายสถานที่มาประกอบอาชีพทางกสิกรรมอยู่บ้านตำบลท้องไทร อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
ในตอนแรกเมื่ออายุสมควรแก่การศึกษาแล้ว ได้เข้าศึกษาหนังสือไทยอยู่กับวัดตามสมัยนิยม พออ่านออกเขียนได้ลาออกจากวัดไปช่วยโยมทำนาต่อไป
ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ หลวงพ่อพูนมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดใหม่สุปดิษฐาราม ตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ สำเร็จญัตติจตุตถกรรม เวลา ๑๘.๒๖ น. ได้รับฉายาว่า "อินฺทโชโต" โดยมี
พระครูปุริมานุรักษ์ วัดธรรมศาลา เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอธิการขุด เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระปลัดเป้า วัดสุประดิษฐาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดใหม่สุปดิษฐารามเรื่อยมา เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน บทสวดมนต์ และเรียนภาษาบาลี
ปี พ.ศ. ๒๔๖๑ วัดสัมปทวนได้มีการเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้น โดยมีพระมหาผิว วัดเทพศิรินทราวาส มาเป็นครูสอน หลวงพ่อพูนจึงได้เข้ารับการศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ ณ สำนักนั้น
แต่มีเหตุจำเป็นมาขัดต่อการศึกษาเล่าเรียนเสีย จึงได้ศึกษาไปไม่ตลอดพรรษา เหตุเนื่องจากโยมพ่อได้ป่วยลงด้วยโรคกระเพาะอาหารพิการ (ปวดท้อง)
ดังนั้นหลวงพ่อพูนจึงจำเป็นต้องหยุดพักการเรียนพระธรรมวินัย ต้องทำการสัตตาหะกรณียะไปรักษาพยาบาลโยมพ่อด้วยความกตัญญูกตเวที แต่ความตายย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง
พระเดชพระคุณฯ ได้จัดการหาหมอรักษาโยมพ่อจนสุดความสามารถ โยมพ่อของพระเดชพระคุณน ท่านได้ถึงแก่กรรมลง ณ ที่นั่น หลวงพ่อจึงได้จัดการปลงศพโยมพ่อจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านจึงได้จำพรรษาที่วัดธรรมศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ๒ พรรษา
ต่อจากนั้นจึงได้ย้ายจากวัดธรรมศาลามาจำพรรษาที่วัดแค ตำบลวัดแค อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมื่อมาอยู่วัดแค ท่านได้เข้าศึกษาพระธรรมวินัยที่สำนักวัดสัมปทวนต่ออีก
ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ สอบได้นักธรรมชั้นตรี
ปี พ.ศ. ๒๔๗๔ สอบได้นักธรรมชั้นโท
ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ในระหว่างนี้ทางวัดสำโรง ตำบลสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้ว่างเจ้าอาวาสเนื่องจากพระอธิการเหว่าได้มรณภาพลงตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๑ แต่ทางวัดหาพระภิกษุที่เหมาะสมเป็นเจ้าอาวาสไม่ได้ตำแหน่งเจ้าอาาสจึงว่างเว้นมานานถึง ๔ ปี
ท่านขุนภิรมณ์ และนางเชย รอดจากภัย กำนันตำบลวัดสำโรง จึงได้เดินทางมาขอนิมนต์หลวงพ่อพูนไปรักษาการเจ้าอาวาสปกครองวัด
ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ขณะนั้นท่านพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) เจ้าอาวาสวัดงิ้วราย ยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงนครชัยศรีอยู่ จึงได้ประชุมสงฆ์คัดเลือกท่านที่มีความสามารถที่พอจะดำรงตำแหน่งนี้
ในวันประชุมปรึกษาในเรื่องเจ้าอาวาสวัดสำโรงนี้ ได้ลงความเห็นพร้อมกันว่า หลวงพ่อพูนท่านเป็นผู้ที่มีความอุตสาหะพอที่จะปกครองวัดให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้
ท่านพระครูปัจฉิมทิศบริหาร (เกิด) จึงได้ไปขอหลวงพ่อพูนต่อท่านปลัดบุญ วัดแค ส่งมาเป็นผู้รักษาการที่วัดสำโรงตามความประสงค์ของประชาชนตำบลนั้น ได้จัดการแห่มาเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๖ ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา
ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๔๗๖ หลวงพ่อพูนได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสำโรง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะหมวดตำบลวัดสำโรง เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ (สมัยนั้นเปลี่ยนปี พ.ศ. กันในวันที่ ๑ เมษายน)
วัดสำโรง เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ ๒๑ ถนนวัดสำโรง หมู่ที่ ๓ ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๑ งาน ๒๕ ตารางวา
วัดสำโรง ตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๔๓ เดิมชื่อ "วัดสามโรง" เพราะพื้นที่ตั้งวัดมีต้นสำโรงอยู่ในบริเวณวัด และชาวบ้าน สร้างโรงขึ้นมา ๓ หลัง เพราะสถานที่นี้จะมีภิกษุมาบรรรทดอาศัยปฏิบัติธรรมบ่อยครั้ง
ชาวบ้านแถบนี้เห็นว่า สถานที่นี้ควรจะตั้งเป็นวัด ปู่ดำจึงได้ถวายที่ดินให้สร้างวัด และปู่ดําได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุและช่วยพัฒนาวัด จนมีสิ่งก่อสร้างครบถ้วน และตั้งชื่อวัดว่า "วัดสามโรง" ต่อมาวัดได้เจริญขึ้นมาตามลําดับ
ชาวบ้านแถบนี้ ได้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ต่อมาพระภิกษุนุชเป็นเจ้าอาวาส ในสมัยนั้นชาวบ้านจึงมีความเห็นตรงกันว่าควรเปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ เพราะจะได้ตรงกับสภาพแวดล้อม และบริเวณวัดซึ่งมีต้นสำโรงขึ้นอยู่จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดสeโรง" จนถึงทุกวันนี้
วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๓ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร มีรายนามเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนาม คือ
๑. พระนุช พ.ศ. - ๒๔๔๖
๒. พระแนน พ.ศ. ๒๔๔๗ - ๒๔๕๗
๓. พระอธิการเหว่า พ.ศ. ๒๔๕๘ - ๒๔๗๑
๔. พระครูอินทสิริชัย (พูน อินฺทโชโต) พ.ศ. ๒๔๗๕ - ๒๔๙๕
๕. พระครูสังฆรักษ์เติม จิตปญโญ พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๕๐๑
๖. พระครูมงคลรัตน์ (หลิ่ม มงคโล) พ.ศ. ๒๕๐๒ - ๒๕๒๖
๗. พระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ (บุญสม ผลญาโณ) พ.ศ. ๒๕๒๗ - ปัจจุบัน
หลังจากที่หลวงพ่อพูนได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาวัดอย่างสุดความสามารถทั้งการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ จนวัดเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ
ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ท่านได้เปิดให้มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม
ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ สร้างศาลาการเปรียญ ๑ หลัง
ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ท่านได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๕
ปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตรวจข้อสอบประโยคนักธรรมตรีสนามหลวง เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๖
ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสงฆ์อำเภอนครชัยศรี หน้าที่องค์การศึกษาเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๗
ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ท่านได้ทำการย้ายกุฏิเก่าจากฝั่งเหนือมาปลูกฝั่งใต้ของวัดจนเป็นระเบียบเรียบร้อยทุกประการ
ปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านได้ทำการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่
![]() |
| ข่าวเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อพูน วัดสำโรง นครปฐม |
ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ พระครูอินทรสิริชัย เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ตอนที่ ๗๒ เล่ม ๖๙
หลวงพ่อพูนปกครองวัดเรื่อยมาจนถึงแก่มรณภาพลงเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๖ นับรวมสิริอายุได้ ๖๐ ปี ๔๐ พรรษา.
วัตถุมงคลของหลวงพ่อพูน วัดสำโรง
เหรียญหล่อพระพุทธชินราชหลวงพ่อพูน วัดสำโรง
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ให้กับทางวัด ลักษณะเป็นเหรียญหล่อโบราณแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้อทองเหลืองเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหล่อชินราชหลวงพ่อพูน วัดสำโรง นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เนื้อทองเหลือง |
![]() |
| เหรียญหล่อชินราชหลวงพ่อพูน วัดสำโรง นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ เนื้อทองเหลือง |
ด้านหน้า จำลองเป็นรูปพระพุทธชินราช โดยถอดแบบจากเหรียญหล่อชินราชรุ่นแรกของเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศนเทพวราราม
ด้านหลัง มีอักขระยันต์
เหรียญหลวงพ่อพูน วัดสำโรง รุ่นแรก
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยหลวงพ่อหลิ่มเจ้าอาวาสในสมยนั้น เพื่อแจกให้กับผู้ที่บริจาคทรัพย์ในงานหล่อรูปของหลวงพ่อพูน ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปเสมาแบบมีหูในตัว มีการสร้างด้วยเนื้ออัลปาก้าเพียงชนิดเดียวเท่านั้น จำนวนการสร้างไม่ได้มีการจดบันทึกไว้
![]() |
| เหรียญหลวงพ่อพูน วัดสำโรง นครปฐม รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ เนื้ออัลปาก้า |
ด้านหน้า จำลองเป็นหลวงพ่อพูนครึ่งองค์ห่มจีวรลดไหล่พาดผ้าสังฆาฏิ รอบรูปหลวงพ่อมีอักขระภาษาไทยเขียนว่า "ที่ระลึกในงานหล่อรูปพระครูอินทสิริชัย หลวงพ่อพูน ๒๕๐๙"
ด้านหลัง มีอักขระยันต์
โดย : สารานุกรมพระเกจิแห่งแดนสยาม
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อนาค วัดห้วยจระเข้ นครปฐม เจ้าของพระเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อเมฆพัดของไทย
- ประวัติและวัตถุมงคลหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก พระเกจิชื่อดังหนึ่งในพระเบญจภาคีเหรียญหล่อเมืองไทย





ไม่มีความคิดเห็น